[te] Honda Serina

posted on 05 Aug 2015 17:52 by yuta-kun in TE
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"Ciao ฮอนดะ เซรินะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก"

"ฟังดูน่าสนุกจังนะคะ วานเล่าต่อให้ฉันฟังได้ไหม?" 

"เรื่องนั้นน่ะ ฉันจัดการได้อยู่แล้วค่ะ ขอแค่เวลาสักครู่" 
 
 
 

สกุล - ชื่อ: ฮอนดะ เซรินะ 本田 芹凪
สัญชาติ: ญี่ปุ่น-อิตาลี (ได้สัญชาติอิตาลีเนื่องจากเกิดในอิตาลี)
ชั้นปี: 1
อายุ: 15
ส่วนสูง / น้ำหนัก: 168 ซม. / 49 กก.
สีตา / สีผม: ดำ / ดำ
อาชีพ: นักเรียน
โรงเรียน: ฮาเนงาซากิ

นิสัย:

  • สงบนิ่ง: ภายนอกดูเป็นคนนิ่ง ๆ ไม่แสดงอารมณ์รุนแรง วางตัวสำรวมตลอดเวลา มียิ้มบางเป็นของคู่กาย

  • โลกส่วนตัวสูง: ค่อนข้างจริงจังกับพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเกินจำเป็น

  • ใจเย็น: เวลาจะทำอะไรมักใช้เวลาพินิจพิจารณาพอสมควร แต่พอตัดสินใจแล้วจะเป็นคำขาด โมโหยาก

  • ชอบวางแผน: ชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่าเบื้องหน้า มีความสุขกับการวางแผนและระบบ

  • อยากรู้อยากเห็น: ชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ชอบพบปะกับคนใหม่ ๆ แต่จะวางเส้นแบ่งพื้นที่ไว้อยู่เสมอ



อื่น ๆ :

  • เป็นฝาแฝดกับ เอรินะ ฮอนดะ (@sr-wish)  
  • สามารถพูดภาษาอิตาลี อังกฤษ และญี่ปุ่น ไม่มีปัญหาในการสับสนระหว่างภาษาทั้งสาม แต่นานๆครั้งอาจจะเผลอหลุดคำภาษาอิตาลีออกมาในบทสนทนาได้บ้าง
  • เรียนบัลเลต์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ปัจจุบันแม้ไม่ได้เรียนต่อหลังกลับมาญี่ปุ่น แต่ทั้งคู่ก็ยังมีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง
  • ตอนที่อยู่อิตาลีมีชื่อภาษาอังกฤษว่าเซเลน่า (Selena)
  • ใช้มาสคอตประจำตัวเป็นรูปผักชีเติมหน้าตามุ้งมิ้ง เวลาว่าง ๆ จะสังเกตได้ว่าเซรินะชอบวาดเล่นรวมกันเป็นช่อผักชี
  • ไว้ผมยาวมาตลอด นอกจากเล็มหน้าม้าก็ยังไม่เคยคิดจะตัดผมตัวเอง
  • กินจุมาก
  • รับการสกินชิปได้มากเพราะโตขึ้นที่อิตาลี ไม่ถือเรื่องจับเนื้อต้องตัวกับผู้ชาย


ผักชีของเซรินะ
 
 
 
CV:  



Twitter: @TE_H_Serina (ทวิตผปค. @icyannyou)
 
 
 
 
----
 
แจ๊บ ๆ ....
 
 
โดนลากมาลงครับ ๕๕๕๕๕๕
ฮรูววว ขอฝากฝาแฝดคู่นี้และผักชีไว้ในอ้อมใจด้วยนะครับ
 
สวัสดีอีกครั้งคร้าบ
 
บวัยยยยยย

[eint] Prologue

posted on 16 Nov 2014 17:59 by yuta-kun in EINT
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
Phobetus
ผู้เข้าร่วมการวิจัยทดลอง หมายเลข 66081
 
 
เพื่อประสบการณ์การอ่านที่ได้อารมณ์ ควรฟังเพลงนี้ประกอบการอ่านไปด้วย
 

----
 
 
 

เธอยืนอยู่หน้าป้ายบอกราคาจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต

เธอมาจากลาดพร้าวด้วยรถไฟใต้ดิน อย่างน้อยลงที่สถานีสวนจตุจักรก็ให้โอกาสเธอดูของสวย ๆ งาม ๆ ได้บ้างอะไรบ้าง

ถ้าจะไปศาลาแดงต้องใช้เงินทั้งหมดสี่สิบสองบาทถ้วน


…ทำไมไม่ปัดราคาให้หยอดเหรียญง่ายกว่านี้นะ สักสี่สิบก็ยังดี


บางทีมาลารินอาจจะไม่ชินกับกรุงเทพแล้วจริง ๆ



---



สองมือวางลงบนบ่าน้อย ๆ พร้อมบีบด้วยแรงพอดี


“บอกไว้ก่อนนะ เรื่องที่ฉันเล่าน่ะเป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์” น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังขึ้นมาไม่น้อย เรื่องราวน่ารักของสุนัขฮัสกี้และชีวิตมุ้งมิ้งที่โซลยาเวียทำเธองงเป็นไก่ตาแตก เธอไม่ใช่คนที่ตั้งข้อสงสัยใครหรืออะไรง่าย ๆ แต่เธอชักสงสัยแฟนเธอใช้เวลาทำอะไรในที่ทำงานกันแน่


“เพ้อไปแล้วรึเปล่า” ไม่ทันขาดคำ เธอแย้งทันทีหลังฟังจบ “ฉันไม่เชื่อ ไม่เชื่อสุด ๆ เลย”


“เชื่อหน่อยสิ… ฉันจะโกหกไปทำไมกัน”


“ไม่รู้แหละ เหตุผลเชื่อยากแบบนี้ นายจะไปเป็นฮัสกี้ได้ยังไงกัน” ถ้าเป็นนกลิเวอร์ก็ว่าไปอย่าง มาลารินคิดในใจ “เศร้ากับที่หงส์แพ้จนเพี้ยนไปแล้วรึไง”


“ฟังฉันดี ๆ ก่---”


“อีกอย่าง นายเล่นเกมออนไลน์ได้รอดตลอดฝั่งขนาดนั้นเชียวเหรอ ได้ข่าวว่าเก่งแค่ฟีฟ่าไม่ใช่รึไง”  


“เพิ่งแพ้คนบ้านเดียวกันก็อย่าเพิ่งพูดน่ะปี๊บ” คำพูดเฉือดเฉือนหัวใจจนรู้สึกอยากหาปี๊บคลุมหัวแทงเธอถึงกระดูกดำ “อยู่กลางตารางทั้งทีก็ช่วยทำใจให้เป็นกลางแล้วเชื่อฉันหน่อยสิ”


เธอเค้นเสียงเบา ๆ “...มีเหตุผลให้ฉันเชื่อได้ดีกว่านี้ไหมล่ะ?”


“มี” เขาพยักหน้ามุ่งมั่น


“ว่า?” มาลารินเลิกคิ้ว กอดอกรอฟังคำตอบ



“ถ้าไม่เชื่อเธอก็ลองสมัครดูเอาเองสิ”


“......” รู้สึกว่าสายเลือดผีแดงในร่างจะแล่นเร็วขึ้นกว่าปกติ “เอาสิ”



เอาให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย



---


ถึงแม้ว่าเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครจะเรียบง่ายกว่าเส้นทางลอนดอนอันเดอร์กราวนด์อยู่โข แต่ความไม่เคยชินทำให้อะไร ๆ ยุ่งยากได้เสมอ เธอใช้เวลาไปสักพักกับการจ้องเส้นทางรถไฟสีเขียวอมเหลืองกับสีเขียวอมน้ำเงิน สรุปว่าเธอต้องนั่งไปทางแบริ่งเพื่อจะลงสยาม แล้วต่อไปทางบางหว้าเพื่อไปศาลาแดง


...ให้นั่งรถไฟจากลอนดอนไปแมนเชสเตอร์ยังง่ายกว่านี้อีก

วันนี้เธอแต่งกายในชุดสุภาพที่สุดเท่าที่มีในกระเป๋า ถึงแม้ว่ากระโปรงทรงเอสีดำที่เธอมีอยู่จะสั้นไปสักนิดหน่อย แต่ถุงน่องสีเข้มก็ช่วยให้เรียวขาของเธอไม่เปลือยเปล่าจนเกินไป มาลารินเช็คที่อยู่ของบริษัทอีกทีในโทรศัพท์มือถือ มั่นใจแล้วว่าค่าเดินทางไปศาลาแดงคือสี่สิบสองบาท เธอพาตัวเองไปที่เคาน์เตอร์แลกเหรียญ


เหรียญสิบบาทห้าเหรียญในมือดูจะเป็นภาระเล็ก ๆ อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน

เห็นคนถือบัตรสีเขียวสีส้มเดินผ่านไปมาแล้วอดนึกอิจฉาไม่ได้ เธอเบ้ปากนิดหน่อยก่อนบรรจงหยอดเหรียญเข้าตู้จ่ายบัตร



เคร้ง


เอ๋??


มาลารินยั้งมือ ถ้าช่องหยอดเหรียญข้างบนเป็นปาก ช่องข้างใต้ก็คงเหมือนทวารหนัก และเธอกำลังพบกับคนไส้ตรง


เหรียญสิบบาทถูกจ่ายคืนมาทันที แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เข้าใจได้ เธอหยิบเหรียญที่เพิ่งถูกจ่ายคืนมาหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ  แรงกดดันจากผู้คนที่อยู่ข้างหลังทำเธอเสียวไส้อยู่ไม่หน่อย มาลารินพยายามทำใจให้สงบแล้วจรดมือลงกับช่องหยอดเหรียญ



เคร้ง


เธอหยอดซ้ำอี---- ว้ายย



เหรียญเจ้ากรรมตกลงพื้นแล้วกลิ้งกลุก ๆ จากไปอย่างไร้เยื่อใย การวิ่งตามด้วยรองเท้าส้นสูงไม่ใช่อะไรที่ง่ายสักเท่าไรนัก และนั่นเองก็ทำให้เธอหลุดออกจากแถวไปโดยปริยาย

อย่างน้อยโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายเกินไป เธอทรุดตัวลงเก็บเหรียญเอาไว้ได้ทัน (และมั่นใจว่าคนรอบข้างไม่เห็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ซึ่งนั่นทำให้เธอภูมิใจไม่น้อย อาชีพนางแบบที่เธอทำอยู่ไม่ทำให้เธอผิดหวัง)


เธอหันกลับไปอีกครั้ง และพบกับคนอื่นในตู้จ่ายบัตรเดียวกันที่ได้ตั๋วรถไฟเรียบร้อยแล้ว

นรกชังหรือสวรรค์แกล้ง เธอเองก็ตอบไม่ได้ แต่ดูตู้จ่ายบัตรจะไม่รักเธอเท่าไหร่


มาลารินถอนหายใจแล้วเดินกลับไปต่อแถวอีกครั้ง



---



ถึงสถานีศาลาแดงโดยสวัสดิภาพ ทั้งหมดนี้ใช้เวลานับสี่สิบห้านาที เกือบครึ่งชั่วโมงเธอได้เสียเวลาไปกับตู้จ่ายบัตร ชีวิตอาจจะง่ายกว่านี้ถ้าตู้จ่ายบัตรไม่คืนเหรียญเธอไม่จบไม่สิ้น และตั๋วในตู้จ่ายบัตรระบบสัมผัสไม่หมดไปเสียก่อน


อย่างน้อยก็ถึงที่หมายล่ะน่า มาลารินคิดระหว่างเดินลงบันได

อย่างน้อยโฆษณาเครื่องดื่มในสถานีสยามทำให้เธอร่าเริงขึ้นได้ไม่น้อย ความภาคภูมิใจในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแสดงออกมาชัดเจนตามมุมปากที่ยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ความคิดปลอบใจตัวเองทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเธอได้อีกครั้ง แต่รอยยิ้มนั่นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเธอค้นพบอะไรบางอย่างตอนยืนดูแผนที่บนสถานีรถไฟ



สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงกับสถานีรถไฟใต้ดินสีลมอยู่ที่เดียวกัน


...


บางทีมาลารินอาจจะไม่ชินกับกรุงเทพแล้วจริง ๆ