[te] Honda Serina

posted on 05 Aug 2015 17:52 by yuta-kun in TE
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"Ciao ฮอนดะ เซรินะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก"

"ฟังดูน่าสนุกจังนะคะ วานเล่าต่อให้ฉันฟังได้ไหม?" 

"เรื่องนั้นน่ะ ฉันจัดการได้อยู่แล้วค่ะ ขอแค่เวลาสักครู่" 
 
 
 

สกุล - ชื่อ: ฮอนดะ เซรินะ 本田 芹凪
สัญชาติ: ญี่ปุ่น-อิตาลี (ได้สัญชาติอิตาลีเนื่องจากเกิดในอิตาลี)
ชั้นปี: 1
อายุ: 15
ส่วนสูง / น้ำหนัก: 168 ซม. / 49 กก.
สีตา / สีผม: ดำ / ดำ
อาชีพ: นักเรียน
โรงเรียน: ฮาเนงาซากิ

นิสัย:

  • สงบนิ่ง: ภายนอกดูเป็นคนนิ่ง ๆ ไม่แสดงอารมณ์รุนแรง วางตัวสำรวมตลอดเวลา มียิ้มบางเป็นของคู่กาย

  • โลกส่วนตัวสูง: ค่อนข้างจริงจังกับพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเกินจำเป็น

  • ใจเย็น: เวลาจะทำอะไรมักใช้เวลาพินิจพิจารณาพอสมควร แต่พอตัดสินใจแล้วจะเป็นคำขาด โมโหยาก

  • ชอบวางแผน: ชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่าเบื้องหน้า มีความสุขกับการวางแผนและระบบ

  • อยากรู้อยากเห็น: ชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ชอบพบปะกับคนใหม่ ๆ แต่จะวางเส้นแบ่งพื้นที่ไว้อยู่เสมอ



อื่น ๆ :

  • เป็นฝาแฝดกับ เอรินะ ฮอนดะ (@sr-wish)  
  • สามารถพูดภาษาอิตาลี อังกฤษ และญี่ปุ่น ไม่มีปัญหาในการสับสนระหว่างภาษาทั้งสาม แต่นานๆครั้งอาจจะเผลอหลุดคำภาษาอิตาลีออกมาในบทสนทนาได้บ้าง
  • เรียนบัลเลต์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ปัจจุบันแม้ไม่ได้เรียนต่อหลังกลับมาญี่ปุ่น แต่ทั้งคู่ก็ยังมีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง
  • ตอนที่อยู่อิตาลีมีชื่อภาษาอังกฤษว่าเซเลน่า (Selena)
  • ใช้มาสคอตประจำตัวเป็นรูปผักชีเติมหน้าตามุ้งมิ้ง เวลาว่าง ๆ จะสังเกตได้ว่าเซรินะชอบวาดเล่นรวมกันเป็นช่อผักชี
  • ไว้ผมยาวมาตลอด นอกจากเล็มหน้าม้าก็ยังไม่เคยคิดจะตัดผมตัวเอง
  • กินจุมาก
  • รับการสกินชิปได้มากเพราะโตขึ้นที่อิตาลี ไม่ถือเรื่องจับเนื้อต้องตัวกับผู้ชาย


ผักชีของเซรินะ
 
 
 
CV:  



Twitter: @TE_H_Serina (ทวิตผปค. @icyannyou)
 
 
 
 
----
 
แจ๊บ ๆ ....
 
 
โดนลากมาลงครับ ๕๕๕๕๕๕
ฮรูววว ขอฝากฝาแฝดคู่นี้และผักชีไว้ในอ้อมใจด้วยนะครับ
 
สวัสดีอีกครั้งคร้าบ
 
บวัยยยยยย

[eint] Prologue

posted on 16 Nov 2014 17:59 by yuta-kun in EINT
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
Phobetus
ผู้เข้าร่วมการวิจัยทดลอง หมายเลข 66081
 
 
เพื่อประสบการณ์การอ่านที่ได้อารมณ์ ควรฟังเพลงนี้ประกอบการอ่านไปด้วย
 

----
 
 
 

เธอยืนอยู่หน้าป้ายบอกราคาจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต

เธอมาจากลาดพร้าวด้วยรถไฟใต้ดิน อย่างน้อยลงที่สถานีสวนจตุจักรก็ให้โอกาสเธอดูของสวย ๆ งาม ๆ ได้บ้างอะไรบ้าง

ถ้าจะไปศาลาแดงต้องใช้เงินทั้งหมดสี่สิบสองบาทถ้วน


…ทำไมไม่ปัดราคาให้หยอดเหรียญง่ายกว่านี้นะ สักสี่สิบก็ยังดี


บางทีมาลารินอาจจะไม่ชินกับกรุงเทพแล้วจริง ๆ



---



สองมือวางลงบนบ่าน้อย ๆ พร้อมบีบด้วยแรงพอดี


“บอกไว้ก่อนนะ เรื่องที่ฉันเล่าน่ะเป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์” น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังขึ้นมาไม่น้อย เรื่องราวน่ารักของสุนัขฮัสกี้และชีวิตมุ้งมิ้งที่โซลยาเวียทำเธองงเป็นไก่ตาแตก เธอไม่ใช่คนที่ตั้งข้อสงสัยใครหรืออะไรง่าย ๆ แต่เธอชักสงสัยแฟนเธอใช้เวลาทำอะไรในที่ทำงานกันแน่


“เพ้อไปแล้วรึเปล่า” ไม่ทันขาดคำ เธอแย้งทันทีหลังฟังจบ “ฉันไม่เชื่อ ไม่เชื่อสุด ๆ เลย”


“เชื่อหน่อยสิ… ฉันจะโกหกไปทำไมกัน”


“ไม่รู้แหละ เหตุผลเชื่อยากแบบนี้ นายจะไปเป็นฮัสกี้ได้ยังไงกัน” ถ้าเป็นนกลิเวอร์ก็ว่าไปอย่าง มาลารินคิดในใจ “เศร้ากับที่หงส์แพ้จนเพี้ยนไปแล้วรึไง”


“ฟังฉันดี ๆ ก่---”


“อีกอย่าง นายเล่นเกมออนไลน์ได้รอดตลอดฝั่งขนาดนั้นเชียวเหรอ ได้ข่าวว่าเก่งแค่ฟีฟ่าไม่ใช่รึไง”  


“เพิ่งแพ้คนบ้านเดียวกันก็อย่าเพิ่งพูดน่ะปี๊บ” คำพูดเฉือดเฉือนหัวใจจนรู้สึกอยากหาปี๊บคลุมหัวแทงเธอถึงกระดูกดำ “อยู่กลางตารางทั้งทีก็ช่วยทำใจให้เป็นกลางแล้วเชื่อฉันหน่อยสิ”


เธอเค้นเสียงเบา ๆ “...มีเหตุผลให้ฉันเชื่อได้ดีกว่านี้ไหมล่ะ?”


“มี” เขาพยักหน้ามุ่งมั่น


“ว่า?” มาลารินเลิกคิ้ว กอดอกรอฟังคำตอบ



“ถ้าไม่เชื่อเธอก็ลองสมัครดูเอาเองสิ”


“......” รู้สึกว่าสายเลือดผีแดงในร่างจะแล่นเร็วขึ้นกว่าปกติ “เอาสิ”



เอาให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย



---


ถึงแม้ว่าเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครจะเรียบง่ายกว่าเส้นทางลอนดอนอันเดอร์กราวนด์อยู่โข แต่ความไม่เคยชินทำให้อะไร ๆ ยุ่งยากได้เสมอ เธอใช้เวลาไปสักพักกับการจ้องเส้นทางรถไฟสีเขียวอมเหลืองกับสีเขียวอมน้ำเงิน สรุปว่าเธอต้องนั่งไปทางแบริ่งเพื่อจะลงสยาม แล้วต่อไปทางบางหว้าเพื่อไปศาลาแดง


...ให้นั่งรถไฟจากลอนดอนไปแมนเชสเตอร์ยังง่ายกว่านี้อีก

วันนี้เธอแต่งกายในชุดสุภาพที่สุดเท่าที่มีในกระเป๋า ถึงแม้ว่ากระโปรงทรงเอสีดำที่เธอมีอยู่จะสั้นไปสักนิดหน่อย แต่ถุงน่องสีเข้มก็ช่วยให้เรียวขาของเธอไม่เปลือยเปล่าจนเกินไป มาลารินเช็คที่อยู่ของบริษัทอีกทีในโทรศัพท์มือถือ มั่นใจแล้วว่าค่าเดินทางไปศาลาแดงคือสี่สิบสองบาท เธอพาตัวเองไปที่เคาน์เตอร์แลกเหรียญ


เหรียญสิบบาทห้าเหรียญในมือดูจะเป็นภาระเล็ก ๆ อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน

เห็นคนถือบัตรสีเขียวสีส้มเดินผ่านไปมาแล้วอดนึกอิจฉาไม่ได้ เธอเบ้ปากนิดหน่อยก่อนบรรจงหยอดเหรียญเข้าตู้จ่ายบัตร



เคร้ง


เอ๋??


มาลารินยั้งมือ ถ้าช่องหยอดเหรียญข้างบนเป็นปาก ช่องข้างใต้ก็คงเหมือนทวารหนัก และเธอกำลังพบกับคนไส้ตรง


เหรียญสิบบาทถูกจ่ายคืนมาทันที แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เข้าใจได้ เธอหยิบเหรียญที่เพิ่งถูกจ่ายคืนมาหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ  แรงกดดันจากผู้คนที่อยู่ข้างหลังทำเธอเสียวไส้อยู่ไม่หน่อย มาลารินพยายามทำใจให้สงบแล้วจรดมือลงกับช่องหยอดเหรียญ



เคร้ง


เธอหยอดซ้ำอี---- ว้ายย



เหรียญเจ้ากรรมตกลงพื้นแล้วกลิ้งกลุก ๆ จากไปอย่างไร้เยื่อใย การวิ่งตามด้วยรองเท้าส้นสูงไม่ใช่อะไรที่ง่ายสักเท่าไรนัก และนั่นเองก็ทำให้เธอหลุดออกจากแถวไปโดยปริยาย

อย่างน้อยโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายเกินไป เธอทรุดตัวลงเก็บเหรียญเอาไว้ได้ทัน (และมั่นใจว่าคนรอบข้างไม่เห็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ซึ่งนั่นทำให้เธอภูมิใจไม่น้อย อาชีพนางแบบที่เธอทำอยู่ไม่ทำให้เธอผิดหวัง)


เธอหันกลับไปอีกครั้ง และพบกับคนอื่นในตู้จ่ายบัตรเดียวกันที่ได้ตั๋วรถไฟเรียบร้อยแล้ว

นรกชังหรือสวรรค์แกล้ง เธอเองก็ตอบไม่ได้ แต่ดูตู้จ่ายบัตรจะไม่รักเธอเท่าไหร่


มาลารินถอนหายใจแล้วเดินกลับไปต่อแถวอีกครั้ง



---



ถึงสถานีศาลาแดงโดยสวัสดิภาพ ทั้งหมดนี้ใช้เวลานับสี่สิบห้านาที เกือบครึ่งชั่วโมงเธอได้เสียเวลาไปกับตู้จ่ายบัตร ชีวิตอาจจะง่ายกว่านี้ถ้าตู้จ่ายบัตรไม่คืนเหรียญเธอไม่จบไม่สิ้น และตั๋วในตู้จ่ายบัตรระบบสัมผัสไม่หมดไปเสียก่อน


อย่างน้อยก็ถึงที่หมายล่ะน่า มาลารินคิดระหว่างเดินลงบันได

อย่างน้อยโฆษณาเครื่องดื่มในสถานีสยามทำให้เธอร่าเริงขึ้นได้ไม่น้อย ความภาคภูมิใจในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแสดงออกมาชัดเจนตามมุมปากที่ยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ความคิดปลอบใจตัวเองทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเธอได้อีกครั้ง แต่รอยยิ้มนั่นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเธอค้นพบอะไรบางอย่างตอนยืนดูแผนที่บนสถานีรถไฟ



สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงกับสถานีรถไฟใต้ดินสีลมอยู่ที่เดียวกัน


...


บางทีมาลารินอาจจะไม่ชินกับกรุงเทพแล้วจริง ๆ



---


บริษัทไกเอ้อร์… เธอมาถึงที่หมายแล้ว

รูปลักษณ์ภายนอกของบริษัททำเธอเผลอตัวยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองอย่างอดไม่ได้ แต่แรงผลักดันที่ทำให้เธอยังคงก้าวขาเดินเข้าไปนั้นไม่มีอะไรมากนอกจากคำท้าที่เธอตกลงไว้! ถ้าเดินกลับหันหลังก็เท่ากับยอมแพ้! และผีแดงอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่หน้าตาคล้ายหนังสือประเภทแม่และเด็ก!


เนื้อร้องกลอรี่ กลอรี่แมนยูไนเต็ดนั้นดังขึ้นในใจ เธอสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วพาตัวเองเข้าไปนั่งรอสัมภาษณ์


Glory, glory, Man United!

Glory, glory, Man United!

Glory, glory, Man United!

As the reds go marching on on on!


---


การสัมภาษณ์จบลงง่ายกว่าที่เธอคิดไว้มาก และเธอก็ได้น้ำดื่มฟรีมาขวดหนึ่งด้วย

เธอลงมือแกะห่อพลาสติกออกและเปิดขวดหลังจากออกมาจากตัวอาคาร
ถ้าบริษัทนี้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจริง เธอคงไม่แปลกใจถ้าแฟนของเธอจะเล่นเกมออนไลน์ในระหว่างเวลาทำงาน


บางทีเธออาจจะได้เล่นเกมนั้นจริง ๆ ก็ได้ ใครจะรู้


มาลารินยกขวดขึ้นดื่มขณะเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดินสีลม ระหว่างนี้เธอคิดจะเลี้ยวเข้าร้านกาแฟโอ บอง แปงเพื่อซื้อกาแฟดื่มสักแก้ว แต่คิดอีกทีแล้ว น้ำเปล่าดูจะเป็นทางเลือกที่รักษาสุขภาพและหุ่นของเธอได้ดีที่สุด เธอจึงเดินตรงเข้าสถานีอย่างไม่ต้องใช้เวลาคิดซ้ำสอง แว่บหนึ่งเธอแอบคิดว่าถ้าได้พักที่ดุสิตธานีก็คงจะสบายไม่น้อย


มาลารินแตะบัตรรถไฟฟ้าใต้ดินเข้ากับเซนเซอร์รั้วกั้นก่อนลงบันไดเลื่อนเพื่อเข้าชานชาลาไปบางซื่อ เธอกับพี่ชายชอบอ่านมันว่า แบง ซู ตลอด เธอหลุดขำนิดหน่อยเมื่อคิดอย่างนั้น


รถไฟมาถึงแล้ว เธอก้าวขาเข้าไปก่อนทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ที่ใกล้ที่สุด เสียงถอนหายใจดังฟู่นั้นเข้ากันได้ดีกับเสียงเครื่องปรับอากาศในรถไฟ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตาพริ้ม


เห็นทีจะต้องสมัครบัตรแรบบิทซะแล้ว


---




เหนื่อยล้ามาทั้งวัน มาลารินตัดสินใจทิ้งตัวลงเตียงพร้อมถอนหายใจเสียงดัง ยืนบนส้นสูงทั้งวันไม่ใช่เรื่องที่สนุกสำหรับเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะเคยชินแล้วก็ตาม เสื้อเชิ้ตใส่นอนหลวม ๆ กับกางเกงขาสั้นทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเบาหวิว

Home, sweet home! เธอกล่าวในใจ คงไม่มีที่ไหนดีเท่าบ้านอย่างที่เพลงอมตะนิรันดร์กาลของเซอร์เฮนรี่ บิชอป และจอห์น ฮอร์วาร์ด เพย์นได้แต่งไว้


“สรุปวันนี้เป็นยังไงบ้าง” เสียงข้าง ๆ เธอเอ่ยขึ้น เธอจับได้ในน้ำเสียงของเขาดูสนุกเล็ก ๆ เมื่อเห็นอาการของเธอในคืนนี้


“ไม่เห็นจะมีอะไรเลย รถไฟฟ้าคนก็แน่น” มาลารินเบ้ปากมุ่ยหน้า ตาสองข้างยังหลับพริ้มเนื่องจากต้องการพัก เธอไม่ได้เล่าเรื่องที่เธอไม่รู้ว่าสถานีรถไฟใต้ดินก็สามารถไปถึงศาลาแดงได้ “เห็นทีที่นายว่าน่าจะเป็นเรื่องโกหก”


“ยังจะไม่เชื่ออีก...” เขาเบาเสียงลงอย่างหน่ายใจเล็กน้อยกับความมุทะลุของเธอ


“ก็มันจริงนี่ ตอนรอสัมภาษณ์ก็เงี้ยบเงียบ ฉันล่ะกลัวว่าบริษัทจะเป็นของเก๊” เตียงเขย่าไปมาตามแรงขยับของเธอ มาลารินใช้สองมือทรงตัวขึ้นมานั่งแล้วมองหน้าอีกฝ่าย


“เอาเถอะ เดี๋ยวเธอก็รู้เอง” เขาว่า คำตอบแบบนี้ไม่เคยทำให้เธอพอใจ เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจน แต่เห็นทีคงต้องรอดูอย่างที่เขาว่าจริง ๆ


ความเงียบลงคั่นจังหวะไปสักพัก


“หง….” ในที่สุดมาลารินก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ



“?”



“บัตรแรบบิทนี่สมัครยังไงเหรอ?”
 
 
 
----
 
 
 
 
 
อย่างน้อยมาลารินก็ไม่ผิดหวังกับโฆษณาน้ำอัดลมที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม
 
 
 
 
 
----
 
 
....
 
สวัสดีครับ
 
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าให้ปุยู้วแซะรถไฟฟ้าไทย ๕๕๕๕๕๕๕ //ปาดน้ำตา
รู้ตัวอีกทีก็เขียนฟิคยาวแบบไม่รู้เรื่องไปแล้วครับ แงงง
ภาษาฟิคจะมักง่ายขึ้นทุกวัน ๕๕๕๕ เอาเป็นว่าอ่านรู้เรื่องก็ดีใจแล้วล่ะครับ
 
อนึ่ง ใส่หมายเหตุสักนิด ตัวละครอีกคนในเรื่องคือคนนี้ครับ เผื่อไว้กันสงสัย
 
ส่วนตรงช่วงแรก ๆ ที่คุยกันเรื่องฟุตบอลกัน อธิบายสั้นง่ายว่าช่วงนั้นแมนยูไนเต็ดเพิ่งจะแพ้แมนซิตี้ (ทีมฟุตบอลเมืองเดียวกัน) มาหมาด ๆ ครับ
 
 
 
ไม่มีอะไรจะพูดต่อแล้วแฮะ...
 
งั้นวันนี้ขอตัวลาไปก่อน เจอกันเอนทรี่หน้าคร้าบ!
 
บุยยยย

 

[eint] กินนมจะได้โตไว ๆ

posted on 15 Nov 2014 02:07 by yuta-kun in EINT

 

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ



 


ผู้เข้าร่วมการวิจัยทดลอง หมายเลข 66081


ชื่อ
: นางสาวมาลาริน พรินซ์ (Maralyn Prince)

เพศ: หญิง

วันเกิด: ๒ กุมภาพันธ์

อายุ : ๒๔ ปี

น้ำหนัก: ๕๒ กก.  ส่วนสูง: ๑๖๐ ซม.




ประวัติส่วนตัว

- เป็นลูกคนที่สองในบรรดาพี่น้องสามคน แม่เป็นคุณครูสอนภาษาไทย (ปัจจุบันเป็นแม่บ้าน) คุณพ่อเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษ มีพี่ชายอายุห่างกัน ๔ ปีชื่อมาเลศ (Maraise) กับน้องชายอายุห่างกัน ๑๐ ปีชื่อมาร์ลอน (Marlon) ทั้งหมดเป็นลูกครึ่งอังกฤษ - ไทย

- เกิดและโตที่ประเทศไทย ย้ายไปอยู่อังกฤษเมื่อจบชั้นประถมปลาย

- พ่อของมาลารินเป็นหนุ่มจากแมนเชสเตอร์ซึ่งจงรักภักดีกับทีมฟุตบอลตัวเองมาก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเอฟซีคือเดอะวันแอนด์โอนลี่ (ไม่นับแมนซิตี้ เอ่ยปากพูดถึงเมื่อไหร่เป็นโกรธ) มาเลศและมาลารินจึงได้ซึมซับความเป็นผีแดงเข้าอย่างจัง ๆ ครอบครัวห้าคนนั้นมีประชากรเรดเดวิลส์ไปสาม แฟมิลี่ไทม์ของมาลารินเลยเต็มไปด้วยเชียร์บอล เชียร์บอล และเชียร์บอล

- เรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยในลอนดอน พบกับแฟนหนุ่มคนปัจจุบันตอนเรียนมหาวิทยาลัย ยังคบกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่มีปากเสียงกันบ่อยเนื่องจากแฟนหนุ่มเป็นแฟนทีมลิเวอร์พูลเอฟซีคู่รักคู่แค้น จนถึงทุกวันนี้ยังบลัฟฟ์ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

- ปัจจุบันทำงานเป็นนางแบบนิตยาสารและสื่อต่าง ๆ ปกติจะเบนเข็มไปทางนางแบบชุดชั้นในซะมากกว่า
- ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่ไทยแล้ว มีคอนโดแถวลาดพร้าวที่ครอบครัวซื้อไว้เผื่อกลับไทยจะได้มีที่อยู่



บุคลิคและอุปนิสัย

- มั่นใจในตัวเอง
- ร่าเริง เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่ายและยิ้มเก่ง
- ชัดเจนในอารมณ์ของตัวเอง โมโหคือโมโห เศร้าคือเศร้า
- ชัดเจนกับเหตุผลของตัวเอง
- เป็นคนพูดตรง คิดอะไรถ้าถามจะบอก
- คิดไวทำไว แต่มีเหตุผลมากพอที่จะรู้ว่าสิ่งที่ตนทำไปนั้นจะส่งผลดีหรือผลร้ายให้ตัวเอง
- ชอบเอาชนะ เวลาท้าอะไรมักจะรับคำท้าเสมอ ทำให้รับคำท้าส่งเดชอยู่บ่อยครั้ง



อื่น ๆ

- เป็นสาวร่างเล็ก (ได้จากแม่) ทรงใหญ่ (ได้จากพ่อ) หน้าอกหน้าใจคับมือ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เลือกประกอบอาชีพนางแบบชุดชั้นใน
- ชอบแต่งตัว รักสวยรักงามตามสาวน้อยทั่วไป แต่จะเน้นที่บุคลิคภาพเป็นพิเศษ
- ด้วยความมั่นใจในตัวเอง ปกติจึงชอบแต่งตัวเน้นสัดส่วนโค้งเว้า
- รักมั่นในแมนยูไนเต็ดมาก ชนะเป็นดีใจออกหน้าออกตา แพ้เมื่อไหร่น้ำตาตกทั้งในและนอก พร้อมสู้อยู่เคียงข้างแมนยูไนเต็ดทุกเมื่อ ทั้งนี้ทั้งนั้น มาลารินเป็นคนที่ดูบอลจริงจังมาก เห็นเงียบ ๆ เสื้อบอลเพียบนะครัช
- อยู่ที่บ้านมักโดนเรียกสั้น ๆ ว่ามารี
- ด้วยความที่อยู่เมืองนอกมานานกว่า กลับเมืองไทยเป็นช่วง ๆ (ปกติไม่ค่อยกลับมาที่กรุงเทพ) จึงทำให้มาลารินไม่ชินกับชีวิตกรุงเทพเท่าไรนัก มีบ้างที่จะเก้ ๆ กัง ๆ กับระบบการเดินทางหรือวัฒนธรรมคนกรุง
- ไม่ถือเรื่องการแตะเนื้อต้องตัวกับเพศตรงข้าม
- เป็นคนประเภท ENFP
- (เพิ่มเติม) เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามา สามารถเล่นกีฬาสากลได้หมด (ถนัดมากถนัดน้อยแล้วแต่ว่าเล่นอะไรมากกว่ากัน แต่รู้กฎและวิธีการเล่น) บางครั้งมีรับงานเป็นเทรนเนอร์พาร์ทไทม์

 
 




------



ไม่นึกว่าจะโดนล่อลวงลงสำเร็จครับ //ลูบหน้า ตอนแรกกะจะเป็นแค่ออริเสริม
รู้ตัวอีกทีก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ๕๕๕๕๕๕๕๕ ฮรูว
จริง ๆ แล้วมาลารินมาเพื่อคุมแฟนน่ะ
 
อนึ่ง พูดถึงชื่อมาลารินนิดนึง ชื่อไทยไม่ได้เขียนทับศัพท์จากชื่ออังกฤษครับ แต่เป็นชื่อภาษาไทยจริง ๆ เลย ใช้ความพยายามมากในการหาชื่อไทยที่ออกเสียงตรงกับชื่ออังกฤษ //ซรับน้ำตา แต่มันก็คุ้มค่าครับ
 
ฝากมาลารินไว้ในอ้อมใจด้วยนะคร้าบ!
 

เย้ห์

[te] Suguru Schwacker

posted on 29 Jul 2014 01:48 by yuta-kun in TE
 
คิดว่าจะไม่ลงแล้วครับ
 
แล้วก็โดนล่อลวงจนได้ครับ
 
//ปาดน้ำตา
 
 
 
 
เป็นตลค. แฝดของ @sr-wish (อารุ ชวาคเกอร์) ฮะ
 
 
 
 
 
 

สกุล - ชื่อ : ชวาคเกอร์ ซุงุรุ  (Suguru Schwacker) シュワーカー 偉

(ตัวคันจิ "偉" ของซุงุรุและอารุเป็นตัวเดียวกัน แต่อ่านไม่เหมือนกัน)

สัญชาติ : สวิตเซอร์แลนด์

ชั้นปี / อายุ : ปี 1 / 16 ปี

ส่วนสูง / น้ำหนัก : 179 ซม. / 70 กก.

อาชีพ : นักเรียน

รงเรียน : ฮาบาทากิ

 


นิสัย :

ขี้เก๊ก

เป็นนิสัยธรรมดาของวัยรุ่นชายที่อยากจะโก้และคูล จนตอนนี้ติดไปแล้ว… อดไม่ได้ที่จะยืนทำเท่หรือทำตัวหล่อต่อหน้าสาว มองในแง่ดีก็เป็นคนที่รักษาบุคลิกภาพได้ดี แต่บางทีก็มากไปหน่อย


หากกระชากความขี้เก๊กออกไปจะเป็นคนกันเอง

ตัวจริงเฮฮามาก ขี้เล่น ชอบกวนคนอื่น ชอบหยอกชอบล้อหากเป็นไปได้ บางครั้งอาจจะเผลอเล่นแรงด้วยความบันเทิง แต่เจ้าตัวเองก็จะพยายามลิมิตตัวเองไว้ให้พอหอมปากหอมคอ


ปากตรงกับใจ

หรือเรียกอีกอย่างว่าขวานผ่าซาก เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม บางทีจะเรียกว่าไม่ยอมคิดก่อนพูดก็ได้ ติดนิสัยตรง ๆ จากคนยุโรปมา หากคิดยังไงก็จะพูดอย่างนั้น


สกินชิป

เวลาเข้าถึงใครจะเข้าขั้นกอดคอ กอดหรือจับมือได้ง่าย ๆ อย่างไม่คิดอะไรมาก (ลืมตัว) ถึงเนื้อถึงตัวกันจะ ๆ ซุงุรุเป็นคนที่สกินชิปมาก สามารถกอดได้หากรู้จักเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น ภายหลังรู้ตัวว่าไม่สมควรทำเพราะเขาจะตกใจเอา แต่ปกติก็ลืมตัวทำอยู่ตลอด…


ไม่ค่อยถืออะไรมาก

ไม่เรื่องมากกับอะไรเป็นพิเศษ ใครให้อะไรมาก็รับ หากเป็นของใหม่จะสนใจและชอบ (เพราะอยากลอง) มากกว่าด้วยซ้ำ

 

อื่น ๆ :

- ซุงุรุเป็นลูกครึ่งสวิส - ญี่ปุ่น แต่ถือสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์

- เจาะหูข้างซ้ายห้ารู้ หนึ่งในนั้นระเบิดหูมา

CV : Conor Maynard

Twitter : (ไว้จะสร้างมาใส่นะครับ ตอนนี้ถ้าต้องการติดต่ออะไรช่วยติดต่อมาทาง @icyannyou และถึงจะสมัครทวิตให้ซุงุรุแล้ว หากต้องการติดต่อเร่งด่วนก็เชิญทวิตหลักเหมือนเดิมฮะ)

 

 

.....

 

 

อะไรแบบนั้นล่ะก้ะ
ขอฝากแฝดชวาก้าคนนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยนะฮะ ๕๕๕ //ตะเบ๊ะ //ซุงุรุและอารุต่อยเรา
 โดนล่อลวงมาเพราะแฝดล้วน ๆ แย่ที่สุด แงงงง

ปุยู้วมาอัพไว้ก่อนหายไปจากคอมพ์หกวันครับ

มาไวไปไว เพราะงั้นขอจรลีไปก่อนล่ะครับ!

 

บะบุย 

 

[ems] The=Reader

posted on 28 Jul 2014 01:10 by yuta-kun
 
 
นั่นแหละ
 
 
 
ขี้เกียจย่อไฟล์แล้ว
 
 

ชื่อ: The=Reader (อ่านว่า เดอะ เท่ากับ รีดเดอร์)

อายุ: ๔๔ ปีโลกมนุษย์ (แต่มีความคิดเหนือชั้นยิ่งกว่านั้นมาก และร่างกายที่คงสภาพเป็นเด็กวัยแรกรุ่น)

วันเดือนปีเกิด: ๑ มกราคม

เพศ: สาวดุ้น

สัญชาติ(เผ่า): หนังสือและไฟล์คอมพ์พิวเตอร์ทุกสกุลไฟล์รวมกัน

ลักษณะ: อรชรอ้อนแอ้น ผิวขาวดุจหน้าโน้ตแพดโล่ง ๆ ตาสีแดงสด ผมหยิกสีดำแต่ทั้งหมดถูกเก็บไว้ในฮู้ด หน้าตาถูกฮู้ดบังอยู่ ใส่เสื้อฮู้ดแขนยาวสีดำ กระโปรงมินิสเกิร์ตสีดำ เลกกิ้งสีดำ รองเท้าผ้าใบสีแดง


นิสัย:

- ลึกลับ

- อีนิกม่า

- มิสเตอรี่

- ซีเครทีฟ

- ไม่บอกเธอ

- ชอบเก็บข้อมูล

- แต่อยากรู้ไปหมดทุกอย่าง


ประวัติ:

เดอะ เท่ากับ รีดเดอร์เกิดจากข้อมูลในห้องสมุด(ที่มีคอมพ์พิวเตอร์)แห่งหนึ่ง เติบโตขึ้นมาพร้อมข้อมูล หนังสือรวมถึง ๑ ล้านเล่มและความเร็วเน็ตที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ทำให้เธอ(หรือเขา)ได้รับข้อมูลและมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลจากทุกอย่างบนโลกได้ ข้อมูลเหล่านั้นได้ถูกรวมกันเป็นกายเนื้อ The=Reader จึงได้อุบัติบังเกิดขึ้น

เพราะได้เกิดด้วยอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนประกอบ เดอะเท่ากับรีดเดอร์จึงมีความสามารถในการอ่านทุกข้อมูลแม้กระทั่งมีพาสเวิร์ดกั้น และด้วยหนังสืออ่านใจ ดูโหวงเฮ้ง ดูดวง พยากรณ์ ฯลฯ เดอะเท่ากับรีดเดอร์จึงสามารถอ่านใจคนได้อย่างง่ายดายภายในเวลาเสี้ยววินาที หรือเวลาค้นหาข้อมูลจากข้าพเจ้าเกิ้ล (๑.๘๔๐.๐๐๐.๐๐๐ ผลลัพธ์ภายในเวลา ๐.๓๘ วินาที)

  แต่เดอะเท่ากับรีดเดอร์ไม่พอใจกับการอยู่บนโลกและทำตามคำสั่งผู้คน แถมชอบโดนมักง่ายขอให้ดูดวงฟรี ๆ เนื่องจากห้องสมุดไม่คิดค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น เดอะเท่ากับรีดเดอร์จึงแฮคนำเงินจากมหาเศรษฐีสักคนที่สุ่มมาด้วยข้าพเจ้าเกิ้ลเพื่อพุ่งทะยานเข้าสู่ข้อมูลนาซ่า และย้ายข้อมูลตัวเองเข้าสู่โรงเรียนแมรี่ซู สถานที่ที่อาจจะเหมาะกับเธอมากกว่าบนโลก


ความสามารถ:

- อ่านใจคน สัตว์ สิ่งของได้

- อ่านใจผปค.ได้

- อ่านโปรไฟล์ผู้เล่นพร้อมประวัติลับของทุกคนได้ คลุมขาวอ่านแล้วด้วย

- ถ้าไม่พิมพ์ประวัติลับลงในโปรไฟล์ ก็สามารถอ่านทวิตเตอร์ผปค.ได้เหมือนกัน

- ถ้าไม่แฉประวัติลับลงในทวิตเตอร์ ก็สามารถอ่านในดีเอ็มของผปค.ได้

- ถ้ายังไม่มีประวัติลับอีก ก็สามารถอ่านใจผปค. ได้นั่นแหละ

- รู้จุดอ่อนของทุกคนเพียงแค่ปรายตามอง

- ทุกอย่างใช้เวลาปฏิบัตการเพียงแค่ ๐.๓๘ วินาที

- สามารถปฏิบัตการได้โดยไม่มีอินเตอร์เน็ต แก้ข้อมูลแบบออฟไลน์ได้

- เป็นไวไฟในตัว แรงมาก ทะลุห้าขีด แต่ใส่รหัสไว้


เครื่องแบบ:

ภาพประกอบ:


(ต๊ะไว้เหมือนกันก้ะ เดี๋ยวมาอีดิธอีกที o<--<)