แจ่มจะแดมแจ่มว้าว ณ บัดนาว
 
//อะไร
 
สวัสดีค้าบ~~
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
คำเตือน : คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Axis Powers Hetalia
โดยเนื้อหาในเอนทรี่นี้มีการนำเอารัฐ / เมืองต่าง ๆ มาสมมติเป็นตัวละคร
หากอ่อนไหวกับเรื่องนี้ กรุณากดปลุ่มกลับ หรือ x เพื่อปิดเอนทรี่นี้ไป
 
 
 
 
 
 
-----
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 ๙๓ x ๑๐๘
 
ชื่อเมือง : Versailles (แวร์ซาย) 
ทวีป : Europe (ยุโรป)
ประเทศ : France (ฝรั่งเศส)

ชื่อมนุษย์ : Louis Augustin - ลูอี้ อูกุสแตง (จะเขียนเป็นหลุยส์ก็ได้ แต่ในที่นี้อ่านออกเสียงว่าลูอี้ครับ)
Louis = นักรบผู้เลื่องชื่อ
Augustin = ผู้ดีเลิศ สง่างาม
 
อายุ ๑๘ ปี เพศชาย
 
ส่วนสูง / น้ำหนัก : ๑๗๘ / ๖๕ ซม. / กก.
สีผม : บลอนด์น้ำผึ้ง
สีตา : ฟ้าสด
 
ภาษา :
- ฝรั่งเศส (หลัก / ภาษาราชการ)
- ละติน (อดีตภาษาราชการ / เคยพูดคล่องเขียนดี ปัจจุบันอาจมีลืมไปบ้างบางคำ แต่ยังถือว่าพูดได้คล่องอยู่)
- อังกฤษกับสเปน (รอง / ไว้ใช้เวลาบริการ อย่างเช่นไกด์เป็นต้น แต่จะเน้นไปทางอังกฤษมากกว่า)
- เยอรมัน (อดีตเคยใช้บ่อย แต่ห่างหายกับภาษาเยอรมันไปนานอยู่ ถ้าให้พูดอาจจะมีหลงลืมไปบ้าง / สับสนการใช้ไวยากรณ์หรือใช้คำศัพท์ผิดเป็นต้น ต้องรื้อความทรงจำสักหน่อย)
 
แผนการเรียน : สายศิลป์

ลักษณะเมือง :
แวร์ซายตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปารีส หากคิดจากจุดศูนย์ของปารีสจะห่างประมาณ ๑๗.๑ กิโลเมตร
ตั้งอยู่บนที่ราบสูง สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๓๐ - ๑๔๐ เมตร มีพื้นที่ประมาณ ๒๖.๑๘ กิโลเมตร
การเดินทางไปแวร์ซายสามารถไปได้หลายวิธี ทั้งนั่งรถไฟจากปารีส นั่งรถโดยสารจากปารีส หรือจะขี่จักรยานมาก็ได้ (มีให้เช่าเวสป้าและจักรยานยนต์ด้วย)
 
แวร์ซายถูกล้อมรอบด้วยด้วยเนินเขาที่เต็มไปด้วยป่าไม้ 
- ป่ามาร์ลี่และป่า Fausses-Reposes ทางตอนเหนือ
- ป่าซาโตรี่และป่า Meudon ทางตอนใต้
 
ปัจจุบันอุณหภูมิในแวร์ซายค่อนข้างจัดไปทางหนาว - เย็นสบาย
ในแวร์ซายมักมีฝนตกอยู่เรื่อย ๆ ตลอดปี
ขอบคุณชาร์ทจากเว็บไซต์นี้นะครับ
 
- ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กหลักที่ทุกคนพูดถึงกัน ต้องเป็นพระราชวังแวร์ซายยังไงล่ะ! เป็นมรดกโลกเชียวนะ!
 
พระราชวังด้านหน้า
 
เครดิต - 
 
 
๑. พระราชวังแวร์ซายด้านติดกับสวน
๒. หอกระจก (Hall of Mirrors)
๓. โบสถ์เล็ก (Royal Chapel)
๔. ซาลอนวีนัส (The Venus Salon)
๕. น้ำพุพิรามิด (Piramid Fountain)
๖. ทางเดินติดกับน้ำพุฟลอรา (Flora Fountain)
 
เครดิต -   -  -  -  -  - 
 
(อันที่จริงภายในพระราชวังมีเยอะมากครับ ขอเอามาแค่บางส่วนละกันน้า)
 
 
- ที่พลาดไม่ได้เช่นกันคือแถบเมืองเก่าซึ่งเป็นบริเวณที่ว่าเก่าแก่ที่สุดในแวร์ซาย (Notre Dame District) 
เนื่องจากตอนที่หลุยส์ที่สิบสี่มาพัฒนาเมืองแวร์ซายนั้นหลุยส์ที่สิบสี่พัฒนาในตอนเหนือของเมืองซึ่งเป็นแค่พื้นที่โล่ง แต่แถบตอนใต้มีเมืองที่อยู่มานานแล้ว ซึ่งยังคงสถาปัตยกรรมสมัยเก่าไว้อยู่จนถึงตอนนี้
เครดิต -  -   /  - 
 
 
- หากมองแค่เผิน ๆ จะนึกว่าแวร์ซายเป็นเมืองที่มีแต่สถาปัตยกรรมเก่า แต่จริง ๆ มีการสร้างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เช่นกันในศตวรรษที่ยี่สิบ
 
- มีโบสถ์ที่ไม่ควรพลาดอยู่เช่นกัน 
๑. โบสถ์นอเทอร์ดาม (คศ. ๑๖๘๔ - ๘๖)
๒. โบสถ์ใหญ่เซนต์หลุยส์ (คศ. ๑๗๔๓ - ๕๔)
๓. โบสถ์เซนต์ซิมโฟเรียน (คศ. ๑๗๖๔ - ๗๐)
เครดิต -  -  - 
 
 
(มีโบสถ์เซนต์โจนน์ออฟอาร์ค (สร้างใหม่ในช่วงคศ. ๑๙๒๓ - ๒๖) ที่น่าสนใจเช่นกัน แต่อยู่ที่รูอองคร้าบ แต่ใกล้กัน สามารถไปเที่ยวด้วยได้~)
 
 
เมืองแฝด / เมืองพี่น้อง
 
- ไทเป / ไต้หวัน
- นะระ / ญี่ปุ่น
- กยองจู / เกาหลี
- กีสเซิน / เยอรมนี
- พุชกิน / รัสเซีย
 
 
---
 
 
ประวัติเมือง
 
ความใฝ่ฝันของเด็กน้อย
แรกเริ่มแวร์ซายไม่ใช่เมืองที่หรูหราฟู่ฟ่ามาตั้งแต่แรก 
แวร์ซายถูกบันทึกไว้ครั้งแรกในปี ๑๐๓๘ ในเอกสารยุคกลาง แวร์ซายเป็นเมืองที่เจ้าเมืองจะขึ้นตรงต่อกษัตริย์โดยตรง สามารถซื้อตำแหน่งเจ้าเมืองได้
 
หากแต่เจ้าเมืองแวร์ซายก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่สำคัญซะเท่าไหร่ และแวร์ซายก็ไม่ใช่เมืองที่สำคัญหรือเป็นที่น่าสนใจด้วย แต่ก็ยังมีคนมาตั้งรกรากถิ่นฐานเป็นหมู่บ้านอยู่บ้าง
 
(มีการค้นพบโลงศพของราชวงศ์ Merovingian ราชวงศ์เก่าแก่ของฝรั่งเศสในแถบแวร์ซาย เลยมีการสันนิฐานว่าจริง ๆ แล้วแวร์ซายอาจจะอยู่มานานก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ (ราว ๆ ค.ศ.๔๕๐ ขึ้นไป))
 
แต่เพราะการเกษตรกรรมดีและเป็นจุดเชื่อมของปารีสและนอร์มังดี ทำให้หมู่บ้านที่ตั้งอยู่แถวนั้นมีความเจริญและมั่งคั่งมาก แวร์ซายเป็นเด็กที่มีความสุขดี ถึงจะไม่มีอะไรมาก แต่เขาก็มีความสุขที่เป็นอยู่แบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อถึงศตวรรษที่สิบสี่ แวร์ซายประสบหายนะจากโรคกาฬโรคและภัยจากสงครามร้อยปี 
 
เมื่อฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง แวร์ซายก็พบว่ารอบตัวเขามีคนอยู่แค่ไม่กี่คนแล้ว
 
 
 
คุณพ่อ
ในปี ๑๕๖๑ Martial de Loménie ได้ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองแวร์ซาย ถ้าเทียบได้ก็สามารถพูดได้ว่าเป็นคุณพ่อที่ดีใช้ได้ ในการปกครองของคุณพ่อคนที่หนึ่ง ทำให้ประชากรของแวร์ซายเพิ่มขึ้นถึงห้าร้อยคน
ระบบการปกครองเมืองเป็นไปด้วยดี (มีการอนุญาตให้จัดงานฉลองปีละสี่ครั้ง และมีตลาดนัดทุกวันพฤหัสบดี)
แต่ถึงอย่างนั้นเขาถูกสังหารในวันเซนต์บาโธโลมิว วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๑๕๗๒
 
หลังจากเสียคุณพ่อคนที่หนึ่งไป ในปี ๑๕๗๕ แวร์ซายถูกซื้อตำแหน่งเจ้าเมืองโดยคนจากตระกูลกอนดี (Albert de Gondi)
ในช่วงนั้นแวร์ซายได้คุณพ่อคนที่สอง ที่มองแวร์ซายเป็นเพียงแค่สมบัติของตระกูล
 
 
 
เพลงกล่อมนอน
พื้นที่ป่าไม้ในแวร์ซายทำให้พระเจ้าเฮนรี่ที่สี่โปรดปรานในการล่าสัตว์ที่นั่นเป็นพิเศษ และพระราชโอรสของเขา หลุยส์ที่สิบสามเองก็ติดตามมาล่าสัตว์ด้วยหลายครั้ง
 
เมื่อหลุยส์ที่สิบสามเป็นพระราชา ตระกูลกอนดีได้เชิญให้มาล่าสัตว์ที่แวร์ซายอยู่หลายครั้ง ตอนแรกหลุยส์ที่สิบสามดูท่าจะชอบใจแวร์ซายเป็นพิเศษ เลยตัดสินใจซื้อพื้นที่ป่ามาพื้นที่หนึ่งเป็นที่ล่าสัตว์ส่วนพระองค์ อีกไม่กี่ปีต่อมาหลุยส์ที่สิบสามตัดสินใจสร้างบ้านเล็ก ๆ เป็นที่อยู่ชั่วคราว
 
แต่เมื่อถึงปีที่ ๑๖๓๒ (หรือประมาณ ๑๖๓๑ - ๑๖๓๔) หลุยส์ที่สิบสามตัดสินใจซื้อตำแหน่งเจ้าเมืองแวร์ซายจากตระกูลกอนดีคืน และสร้างพระราชวังไว้
 
 
 
 
เริ่มฝัน
หลุยส์ที่สิบสามเป็นพ่อที่ดีของแวร์ซาย ถือว่าเป็นคุณพ่อที่รักและอยากใช้เวลากับลูกอยู่ทีเดียว
อันที่จริงหลุยส์ที่ิสิบสามอยากใช้เวลาช่วงบั้นปลายชีวิตที่แวร์ซาย แต่ต้องไม่สมหวังเพราะหลุยส์ที่สิบสามได้ศวรรคตไปเสียก่อน
 
 
ความฝันที่ก่อร่างสร้างตัว
หลุยส์ที่สิบสี่ขึ้นครองราชย์ต่อมา เนื่องจากเหตุการณ์ฝังใจในปารีส หลุยส์ที่สิบสี่จึงไม่อยากอยู่ที่นั่น
เขาชอบใจกับเมืองแวร์ซายเป็นพิเศษ ในตอนนั้นเขาจ้างสถาปนิกและสถาปนิกภูมิทัศน์เพื่อมาต่อเติมพระราชวัง รวมทั้งสวนและอีกมากมาย จนถึงตอนนั้นพระราชวังในแวร์ซายเป็นพระราชวังที่หรูหราฟู่ฟ่ามาก
(หลุยส์ที่สิบสี่ทรงชื่นชอบในความคิดของเทพเจ้ากรีก-โรมันมาก โดยเฉพาะอพอลโล่ เพราะฉะนั้นตามพระราชวังแวร์ซายจะเห็นเทพเจ้ากรีกเยอะมาก)
 
(ในพระราชวังแวร์ซาย จะสังเกตได้ว่ามีน้ำพุเยอะมาก น้ำพุเป็นตัวแสดงความมั่งคั่ง
อีกอย่างที่แสดงถึงความมั่งคั่งในแวร์ซายคือหอกระจก Hall of Mirrors เพราะสมัยนั้นกระจกมีราคาแพงมาก)
 
ในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๑๖๘๒ หลุยส์ที่สิบสี่สามารถย้ายพระราชสำนักและสภาสูง รัฐบาลมาอยู่ในแวร์ซายได้สำเร็จ
(ส่วนหนึ่งที่หลุยส์ที่สิบสี่ย้ายทุกอย่างมาอยู่ในแวร์ซาย เพื่อที่เขาจะได้จัดการควบคุมได้ทุกอย่าง)
 
แวร์ซายในตอนนั้นเป็นพื้นที่ก่อสร้างไปอยู่พักใหญ่
เพราะกฎหมายและความต้องการของหลุยส์ที่สิบสี่ทำให้แวร์ซายโดนออกแบบมาอย่างดีในภาพรวม
ทั้งการก่อสร้างที่ห้ามสูงเกินไปเพราะจะบดบังทัศนียภาพของพระราชวัง แม้กระทั่งผังเมืองยังถูกออกแบบมาให้สมมาตร เป็นการจับเด็กชายที่ไม่เคยมีอะไรแต่งองค์ทรงเครื่องจนกลายเป็นคุณชายไปในทันที
 
 
 
ความฝันอันแสนหวาน
แวร์ซายกลายเป็นคุณชายที่เลื่องชื่อ เขามีทุกอย่างที่คนโชคดีมากคนนึงจะมีได้
ทั้งสถาปัตยกรรมและการใช้ชีวิตที่เลิศหรู ทั่วทั้งยุโรปต่างหลงไหลและชื่นชม อยากเข้าหา
อยากสัมผัสความหรูหราฟู่ฟ่าและอำนาจ ทุกอย่างที่ทุกคนหมายปองอยู่ที่แวร์ซาย
 
จะมีใครโชคดีได้ขนาดนี้
 
(ขอใส่ไปว่า หลุยส์ที่สิบสี่และสิบห้าเป็นเหมือนพี่ชายวัยรุ่นที่ชอบยุยงให้ทำอะไรท้าทาย เนื่องจากว่าหลุยส์ที่สิบสี่เป็นคนที่ชื่นชอบความสวยงามมาก และค่อนข้างลุ่มหลงในกาม เป็นคาสโนว่า และหลุยส์ที่สิบห้าเองก็เช่นกัน ทำให้นิสัยลูอี้เปลี่ยนไปในจุดนี้ครับ)
 
แต่ถึงจุดนั้น ทำให้แวร์ซายปิดกั้นตัวเองจากเมืองอื่น ๆ และความเป็นจริง
ในขณะที่แวร์ซายกำลังรุ่งเรือง เป็นเมืองหลวงอย่างไม่เป็นทางการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป
เมืองอื่นเข้าสู่ความยากจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
 
 
 
 
ฝันร้าย
ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่สิบห้าถึงสิบหก กฎเกณฑ์การสร้างอาคารในแวร์ซายได้ถูกละเลยไป อาคารจำนวนมากถูกสร้างในระดับที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ 
หลุยส์ที่สิบห้าเป็นพระราชาที่ไม่มีใครชื่นชอบ เนื่องจากมัวแต่เสพสุขและไม่ใส่ใจประชาชน พอถึงช่วงของหลุยส์ที่สิบหกประชนชนได้คาดหวังไว้อย่างมากว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น
 
หากแต่ว่าหลุยส์ที่สิบหกเป็นคนหูเบา และไม่เคยพบโลกภายนอกมาก่อน รวมทั้งพระนางมารีอองตัวเน็ตซึ่งไม่เคยออกไปข้างนอกพระราชวังเลยด้วย จากค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ส่งผลให้ภาษีึ้นสูงลิบลิ่วจนประชาชนไม่มีจะกิน
ซ้ำร้ายกับการที่หลุยส์ที่สิบหกตัดสินใจช่วยเหลืออเมริกาในช่วงปฏิวัติอเมริกา 
(สาเหตุที่หลุยส์ที่สิบหกตัดสินใจส่งเงินช่วยเหลืออเมริกาเพราะแรงยุยงของขุนนาง ด้วยสาเหตุที่จะไม่น้อยหน้าให้อังกฤษ)
 
ทำให้เงินในพระคลังเหลือเพียงนิดเดียว ภาษีประชาชนเลยถูกปรับขึ้นอีก
แต่ในตอนนั้นดูเหมือนแวร์ซายจะไม่รู้สึกถึงความตกต่ำของตัวเองเลย
 
ตื่นนอน
ในช่วงที่แวร์ซายยังเสพสุขอยู่ ประชาชนในปารีสและอีกหลาย ๆ เมือง เริ่มไม่พอใจและเริ่มเชื่อมั่นในการปกครองที่ไร้กษัตริย์และศาสนา
ในตอนแรกได้มีการประชุมสมัชชาชาติและกล่าวคำปฏิญานว่าจะไม่ล้มเลิกจนกว่าจะปฏิวัติได้สำเร็จในสนามเทนนิสในวันที่ ๒๐ ม