คือ จะไม่ทันแล้วครับ #มวั่ย
 
ดองมานานมาก ได้ฤกษ์อัพบล็อกอีกครั้งเพื่ออัพตัวละคร ๕๕๕๕ //แย่จริง
 
วะวะว้าววาวว้าววาวว้าว
 
 
 
 
คำเตือน : คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Axis Powers Hetalia
โดยเนื้อหาในเอนทรี่นี้มีการนำเอารัฐ / เมืองต่าง ๆ มาสมมติเป็นตัวละคร
หากอ่อนไหวกับเรื่องนี้ กรุณากดปลุ่มกลับ หรือ x เพื่อปิดเอนทรี่นี้ไป
 
 
 
 
 
 
----
 
 
 
'Urbs  Intacta Manet Waterfordia'
 
 
 
 
'วอเตอร์ฟอร์ดผู้ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร'
 
 
 
 
 
 
๙๓ x ๑๐๘

ชื่อเมือง : Waterford (วอเตอร์ฟอร์ด)

ทวีป : Europe (ยุโรป)

ประเทศ : Ireland (ไอร์แลนด์)

 

 

ชื่อมนุษย์ : Andersen Struthers Azure - แอนเดอร์เซน สเตราเธอร์ส อซูร์

Andersen = บุตรแห่งแอนเดอร์ส

Struthers = มาจากสายน้ำ

Azure = สีฟ้าของท้องฟ้า

(หมายเหตุของชื่อและชื่อกลาง : ชื่อแอนเดอร์เซนที่เป็นภาษานอรส์ถูกตั้งเป็นชื่อแรกเพราะวอเตอร์ฟอร์ดถูกค้นพบด้วยไวกิ้ง สเตราเธอร์สที่เป็นชื่อไอริชได้ถูกตั้งขึ้นทีหลังเป็นชื่อกลาง) 

 

 

อายุ ๑๘ ปี เพศชาย
ส่วนสูง / น้ำหนัก : ๑๘๒ / ๗๕ ซม. / กก.

 

สีผม : น้ำตาลเข้ม (อดีตเป็นบลอนด์​ แต่หลังจากถูกชาวนอร์แมนยึดผมเริ่มเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลเข้ม / ใช้หลักการเดียวกันกับคนผมบลอนด์ไม่แท้ ที่ตอนเด็กจะผมบลอนด์ แต่พอโตขึ้นสีผมจะเข้มขึ้น)

สีตา : ฟ้าอมม่วง

 

ภาษา :

อังกฤษและไอริช

ละติน (พอได้บ้าง ปัจจุบันใช้ในการศึกษามากกว่า)

แผนการเรียน : สายศิลป์

 

 

 

ลักษณะเมือง :

 

วอเตอร์ฟอร์ดตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอร์แลนด์ ตัวเมืองมีขนาด ๔๑.๕๘ ตารางกิโลเมตร

ตัวเมืองมีแม่น้ำซัวร์ (Suir) ไหลผ่านและรวมตัวกันกับแม่น้ำบาร์โรว (Barrow) และแม่น้ำนอร์ (Nore) ที่มุ่งหน้าสู่ทะเลจากท่าน้ำวอเตอร์ฟอร์ด

สภาพภูมิอากาศในวอเตอร์ฟอร์ดนั้นเหมือนกับในเมืองไอร์แลนด์อื่น ๆ โดยตัวเมืองไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากนัก อากาศค่อนข้างเย็นใช้ได้ (เฉลี่ยประมาณ ๑๔ องศาเซลเซียสต่อปี) ฝนตกตลอดปี 

 

 

ในประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่าชาวไวกิ้งได้ค้นพบวอเตอร์ฟอร์ดในปีค.ศ. ๘๕๓

เนื่องจากพื้นที่ตรงนั้นเหมาะกับการตั้งถิ่นฐานเป็นที่พักอาศัย และใกล้แม่น้ำสามพี่น้องซึ่งเป็นแหล่งน้ำ (แม่น้ำชัวร์ (Suir) นอร์ (Nore) และบาร์โรว (Barrow)) ผมจึงกลายเป็นที่พักอาศัยและหลบภัยสำหรับชาวไวกิ้ง

 

เรื่องราวของผมได้เริ่มขึ้น

 

ผมถูกตั้งให้เป็นเมืองในปีค.ศ. ๙๑๔

วอเตอร์ฟอร์ด นั่นคือชื่อของผม มาจากภาษานอร์สโบราณ Veðrafjǫrðr แปลว่าฟยอร์ดที่มีลมพัดแรง

 

ในช่วงปีค.ศ. ๑๐๘๐ ผมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการวางกลอุบายของรัฐบาลไอริชและเวลช

อาคารเรจินาลด์ถูกบันทึกในเอกสารไอริชครั้งแรกในปีค.ศ. ๑๐๘๘ อาคารเรจินาลด์เป็นหลักฐานของป้อมปราการและอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในไอร์แลนด์

 

สงครามจากการบุกรุกของชาวนอร์แมนในปีค.ศ. ๑๑๖๙ ทหารรับจ้างชาวแองโกล - นอร์แมนมาเยือนที่เว็กซ์ฟอร์ด และมาถึงกำแพงเมืองวอเตอร์ฟอร์ดในหนึ่งปีให้หลัง เหล่าทหาร ๑๑๐๐ คนขับไล่ชาวไวกิ้งออกจากเมือง ทำให้ผมตกเป็นของสตรองโบว – แองโกล – นอร์แมน 

ชาวสตรองโบวได้ใช้อาคารเรจินาลด์เป็นที่ตั้งของการอภิเษกสมรสของริชาร์ด เดอ แคลร์ เอิร์ลที่สองแห่งเพ็มโบรว (Strongbow) กับอีวาแห่งเลนิสเตอร์ (Aoife MacMurrough) เพื่อเป็นการรวมเชื้อสายเข้าด้วยกัน  เป็นสัญลักษณ์แทนการก่อตั้งไอร์แลนด์ที่ยาวนานและทรมานทรกรรมในบางครั้ง ยุคไวกิ้งได้จบลง และเข้าสู่ยุคขอการล่าอาณานิคมของอังกฤษในไอร์แลนด์

 

ปีต่อมา (ค.ศ. ๑๑๗๑) เฮนรี่ที่สองได้มาเยือนไอร์แลนด์เพื่อหวังปกครอง เนื่องจากเกรงกลัวว่าอำนาจของสตรองโบวและนอร์แมนจะมีมากเกินไป จึงได้ปกครองตัดหน้า และเปลี่ยนให้ไอร์แลนด์เป็นอาณานิคมของอังกฤษ หลังจากพบว่าผมและเมวิส (ดับลิน) เป็นเมืองท่าที่รุ่งเรื่อง เฮนรี่ที่สองได้ตัดสินใจสถาปนาผมและดับลินเป็นเมืองของราชวงศ์ และขณะเดียวกัน ดับลินได้กลายเป็นเมืองหลวงของไอร์แลนด์ด้วย เหล่าสตรองโบวและลอร์ดชาวนอร์แมนต่าง ๆ ได้ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อเฮนรี่ ผมไม่ได้เป็นของชาวนอร์แมนหรือสตรองโบวอีกต่อไปหลังจากนั้น

 

ถัดจากเฮนรี่ที่สอง ผมได้มีกษัตริย์จากอังกฤษมาเยี่ยมเยียนบ้าง ผมได้รับอิธิพลจากอังกฤษค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคิงจอห์นที่ได้ออกเอกสารราชการให้แก่ผมในปีค.ศ. ๑๒๐๔ รัฐบาลของเมืองวอเตอร์ฟอร์ดได้ถูกก่อตั้งขึ้น

วอเตอร์ฟอร์ดได้กลายเป็นเมืองที่รุ่งเรื่องในช่วงศตวรรษที่ ๑๓ โบสถ์มากมายได้ถูกสร้างใหม่ พ่อค้าชาวอังกฤษและฝรั่งเศสได้พากันมาตั้งทำเลค้าขายที่นี่

ป้อมหินถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องประชากรในเมือง อีกทั้งในแง่การเมืองในตอนนั้น รัฐบาลเปิดให้พลเมืองสามารถเลือกตั้งนายกเองได้

 

ในศตวรรษที่ ๑๔ นั้น เผ่าแองโกล – นอร์แมนในไอร์แลนด์ได้ล่มสลายลง

แต่เพราะความสัมพันธ์กับเมืองอื่นอย่างเช่นบริสโตลกับเชสเตอร์ทำให้ผมยังสามารถมีรัฐบาลแบบอังกฤษได้อยู่

 

การแพร่ระบาดของกาฬโรคได้แพร่ไปทั่วยุโรป (แบล็คเดธ) โรคร้ายได้ล้างประชากรในเมืองไปสามส่วน โชคดีที่ผมยังฟื้นตัวได้ไว

แต่เพราะกาฬโรคทำให้ทรัพยากรในเมืองขาดหายไปมาก กฎหมายได้ถูกยื่นออกมาในปีค.ศ. ๑๓๗๒ กฎหมายนี้ได้จำกัดการค้าขายในวอเตอร์ฟอร์ดเพื่อผ่อนปัญหาเศรษฐกิจในตัวเมืองเอง

 

หลังจากผ่านวิกฤตไปได้แล้วผมก็ฟื้นฟูได้มาก แต่ในช่วงศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๕ เหล่าโจรสลัดก็ได้สร้างปัญหาให้กับการขนส่งของผมไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่แข็งแกร่งและมีการป้องกันที่ดี และของขึ้นชื่อซึ่งคือผ้าขนสัตว์คุณภาพดีได้เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง(“Waterford Rugs”)

 

ปลายศตวรรษที่ ๑๕ (๑๔๙๓ ~ ๑๔๙๕) ผมได้ถูกบุกรุกโดยชายในนามเพอร์กิน วอร์เบค (Perkin Warbeck) ซึ่งหวังปกครองไอร์แลนด์ แต่ต้องล้มเหลว ปืนใหญ่จากอาคารเรจินาลด์ได้ช่วยผมไว้จากการบุกรุกครั้งนั้น หลังจากนั้นเฮนทรี่ที่เจ็ดจึงให้คำขวัญแก่เมืองว่า ‘Urbs Intacta Manet Waterfordia‘ หรือ ‘Waterford remains the untaken city’ แปลได้ว่า ‘วอเตอร์ฟอร์ดที่ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร’ แทนการชัยชนะของผมต่อคุณวอร์เบค

 

ศตวรรษที่ ๑๖ วอเตอร์ฟอร์ได้ประสบปัญหาทางศาสนาและการเมือง ผมขึ้นตรงกับกษัตริย์อังกฤษ (ซึ่งในตอนนี้เป็นโปรเตสแตนท์) แต่ในขณะเดียวกันชาวเมืองได้นับถือนิกายคาธอลิค เส้นคั่นบาง ๆ ระหว่างจงรักภักดีและทรยศต่ออังกฤษนั้นได้ดำเนินไปเลยศตวรรษ แต่ถึงอย่างนั้นทำให้มีนักวิชาการที่มาจากเมืองนี้มาก ด้วยความจงรักภักดีต่อกรุงโรมและความรุ่งเรืองในวอเตอร์ฟอร์ด ในช่วงปลายศตวรรษที่ ๑๖ จนถึงต้นศตวรรษที่ ๑๗ ผมได้ชื่อว่า ‘Parva Rome’ หรือที่แปลว่า กรุงโรมน้อย

 

ในปีค.ศ. ๑๖๔๙ การขยายอำนาจของชายที่ชื่อว่าโอลิเวอร์ ครอมเวลล์นั้นแผ่มาถึงไอร์แลนด์ด้วย การบุกรุกครั้งนั้นล้มเหลว เป็นที่จดจำว่าผมเป็นเมืองเดียวที่ต่อต้านการบุกรุกของเขาได้

 

แต่หนึ่งปีต่อมา การจับปลาสองมือของผมก็ไปได้ไม่สวยนัก เฮนรี ไอร์ตัน ผู้นำแห่งครอมเวลเลียนได้ยึดครองวอเตอร์ฟอร์ดได้สำเร็จ ผมถูกปกครองภายใต้ระบบครอมเวลเลียน ชาวคาธอลิคในเมืองได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่ผมยังสามารถประคองตัวในเรื่องการเงินไว้ได้เนื่องจากการฐานค้าขายที่ดี แต่พ่อค้าชาวคาธอลิคได้ลี้ภัยไปยังฝรั่งเศสและสเปนแทน

 

โชคยังเข้าข้างบ้าง ในปีค.ศ. ๑๖๖๐ การบูรณะกษัตริย์ของอังกฤษ เจมส์ที่สองซึ่งนับถือคาธอลิคได้ให้โอกาสชาวคาธอลิคในวอเตอร์ฟอร์ด

 

หลังจากสงครามบอย์นในปีค.ศ. ๑๖๙๐ ชัยชนะของวิลเลียมแห่งเนเธอร์แลนด์ต่อเจมส์ที่สอง ยุครุ่งเรื่องของโปรเตสแตนท์ได้เริ่มขึ้นในวอเตอร์ฟอร์ด

 

การค้าขายของวอเตอร์ฟอร์ดรุ่งเรืองมากในศตวรรษที่ ๑๘ ด้วยบทบาทของโปรเตสแตนท์ที่เพิ่มขึ้น พ่อค้าชาวโปรเตสแตนท์จากอเมริกาได้เข้ามามีบทบาทในการค้าขายในตัวเมือง (ซึ่งในตอนนั้นได้เรียกว่า the New World) ผมถูกจัดให้เป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรป และด้วยเหตุนั้น กำแพงและปราการเมืองถูกนำลงเพื่อความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้ายผู้คนและค้าขายสินค้า

 

โดยสถาปัตยกรรมมากมายถูกสร้างขึ้นในยุคนี้ด้วย จอห์น โรเบิร์ตส์ เป็นหนึ่งในสถาปนิกที่โด่งดังในวอเตอร์ฟอร์ด เขาพยายามทำให้ผมเป็นที่น่าจับตาในไอร์แลนด์ด้วยสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก

 

ปีค.ศ. ๑๗๗๓ Christ Church ถูกนำลง แต่ได้สร้างโบสถ์ใหญ่แห่งไอร์แลนด์ (Church of Ireland Cathedral) ขึ้นแทน

 

ในช่วงต้นศตวรรษที่ ๑๙ ผมเป็นเมืองที่ค่อนข้างอ่อนแอ (ไร้ปราการ) เหตุด้วยการค้าขาย รัฐบาลอังกฤษจึงได้สสร้างอาคารมาร์เทลโลสามอาคารตรงชายฝั่งเพื่อเสริมกำลังป้องกันเมือง การต่อเรือและงานหลอมแก้วกลายเป็นธุรกิจหลักของผมในช่วงนั้น

ผมได้ยื่นเรื่องขออิสรภาพแก่ชาวคาธอลิคในปีค.ศ.๑๘๒๖ - ๑๘๒๙ และในตอนนั้น ชัยชนะในการเลือกตั้งของ Villiers Stuart เปิดโอกาสให้ชาวคาธอลิคมาก ผมได้รับอิสรภาพในการนับถือศาสนาแล้ว

 

ทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ในไอร์แลนด์ (Great Famine) ในช่วงปีค.ศ. ๑๘๔๖ - ๑๘๔๘ ทำให้ผมประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร แต่เนื่องด้วยว่าในเขตปกครองยังมีเสบียงข้าวกักตุนไว้อยู่ ผมจึงรอดพ้นจากวิกฤตหนักไปได้บ้าง

 

และด้วยความเป็นเกียรติอันสูงสุด ธงสามสีไอริชถูกแขวนขึ้นครั้งแรกในอาคารเรจินาลด์ วอเตอร์ฟอร์ด

ผมได้กลายเป็นตัวแทนของรัฐบาลอังกฤษในระหว่างปีค.ศ. ๑๘๙๑ - ๑๙๑๘ จากรัฐบาลไอริช

 

ถึงตอนนี้บทบาทผมจะลดลงน้อยแล้วเนื่องจากเหล่าน้อง ๆ ได้พัฒนานำหน้าผมไปไกลมาก ผมยังคงเป็นเมืองท่าสำคัญของไอร์แลนด์ โรงงานแก้ว Waterford Crystal ที่เป็นที่รู้จักจากทั่วโลก และศิลปะการหลอมแก้วก็ยังเป็นวัฒนธรรมที่ผมและชาวเมืองได้สืบสานต่อไป

 

 

 

 

ลักษณะนิสัยของตัวละคร : 

 

พี่ชายที่แสนดี

- ด้วยความแก่.....ด้วยความที่เป็นเมืองแรกของประเทศ เลยมีนิสัยเป็นพี่ชายมาก ๆ 

- มองเมืองในไอร์แลนด์เป็นน้อง ๆ ไปหมดเลย แม้กระทั่งดับลินก็มองว่าน้อง

- ถึงจะถือตนเป็นพี่ แต่ก็ไม่เอาเรื่องนี้ใช้เป็นสิทธิ์การทำอะไร ให้เกียรติทุกเมืองและเข้าใจในความพัฒนาของเหล่าน้อง ๆ

 

 

ชายแก่ผู้ซ่อนความเฟี้ยวเงาะไว้ในตัว

- อดีตถูกจัดว่าเป็นบุคคลที่ใช้ชีวิตเปรี้ยวใช้ได้... (จับปลาสองมือกับอังกฤษ / ต้านทัพครอมเวลเลียนได้ / ค้าขายดี)

- แต่ตอนนี้วางมือล่ะ กลายเป็นเมืองสงบ ๆ แทน (ถึงจะเป็นเมืองที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับห้า วอเตอร์ฟอร์ดก็ยังเป็นเมืองเงียบ ๆ บรรยากาศเก่าแก่ซะมากกว่า ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่คงฟีลความเมดิวัลได้สูง มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ยุคกลางที่มีตัวอย่างนิทรรศการสมจริงอยู่เยอะด้วย)

- วางตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็มีเรื่องเล่าท้านรกอยู่เยอะพอสมควร สนใจติดต่----

 

 

อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน

- เป็นพวกจับปลาสองมือ.... / ___ \

- ไม่ ๆ พูดให้ดีคือเป็นคนเดินสายกลาง!

- เดินสายกลางมากจนเลือกไม่ถูกซะทีว่าจะเข้าข้างใครดี..... o<—< (อ้างอิงจากการแอบอังกฤษนับถือคาธอลิคมาร่วมศตวรรษได้)

- เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หายซะที ๕๕๕๕

- มองอีกแง่ก็เป็นคนไกล่เกลี่ยที่ดีนะ ไม่เข้าข้างใครเป็นพิเศษ ยกเว้นน้อง ๆ ในประเทศตัวเอง อันนี้เข้าข้างมาก (….)

 

 

หัวศิลป์หัวดนตรี

- ชื่นชอบดนตรีคลาสสิก โอเปร่า และอีกหลาย ๆ แนวอย่างโงหัวไม่ขึ้น...

- ชอบการแสดงด้วยล่ะ! ชื่นชมศิลปะทางด้านนี้มาก ในเมืองจะมีจัดงานทุกปี สตรีทโชว์ก็ชอบ!

- นอกจากนี้ยังชอบดูภาพยนตร์ด้วย มีโรงละครและโรงหนังในเมืองเยอะ แถมมีโครงการดูหนังฟรีอีกต่างหาก... (WFFA  - Waterford Film For All เป็นชมรมดูหนังที่ก่อตั้งโดยไม่เอากำไร จปส.เพื่อประสบการณ์ที่หลากหลายจากการดูหนังล้วน ๆ)

- เพราะงี้ เขาเป็นชายที่ร้องโอเปร่าเป็นนะ! 

 

 

หัวธุรกิจ ค้าขายเก่ง

- อย่าให้พูดถึงเรื่องเงินหรือเรื่องซื้อขาย...เพราะเรื่องนี้จะไม่พ้นเงื้อมมือของแอนเดอร์เซน (วอเตอร์ฟอร์ดเป็นเมืองท่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งงานค้าขายนี่บ่อยมากในช่วงแรก ๆ)

- อดีตทำงานค้าขายบ่อย เลยทำให้เซนส์พวกนี้สูงมากมากมากมาก มองอะไรเป็นเงินเป็นทองได้หมด

- แต่ปัจจุบันถึงจะมองก็ไม่ทำแล้ว....//แก่แล้ว.... แต่ของพวกนี้มันอยู่ในสายเลือด!

 

 

 

 

อื่น ๆ :

- นับถือศาสนาคริสต์ นิกายคาธอลิค

- อันที่จริงเป็นคนที่ภูมิใจกับประวัติศาสตร์ของตัวเองมากเลยล่ะ! พราวด์ลี่พรีเซนต์กับการเป็นไวกิ้งมาก!

- ปัจจุบันก็ยังเป็นเมืองท่าสำคัญของไอร์แลนด์อยู่ เนื่องจากแม่น้ำทั้งสามในเมืองต่อออกทะเลได้ง่าย

- เป็นคนแรกในประเทศที่ฉลองวันเซนต์แพทริคและตั้งให้เซนต์แพทริคเป็นวันหยุด....เพราะฉะนั้นพี่แกจะเต็มที่กับวันนี้มาก ฉลองกันทีใช้เวลากันสี่-ห้าวันได้ 

- เล่นดนตรีได้หลายประเภท ส่วนมากจะเล่นกีต้าร์และเครื่องดนตรีที่พกพาได้ //ส่วนมากก็จะกีต้าร์ ฮาร์โมนิก้า ไวโอลิน เปียโนบ้างหากมีโอกาส

- นอกจากจะเป่าแก้วเก่งแล้ว...แอนเดอร์เซนยังชอบล่องเรืออีกด้วย

 

 

- เรื่องงานฝีมืออย่าให้แซ่บ! เก่งของพวกนี้มากเลย แต่ที่เจ๋งสุดก็จะเป็นงานเป่าแก้วล่ะ (งานอดิเรกคนแก่น่ะ //โดนต่อย)

- บ้าเครื่องแก้วอย่างชัดเจน

- บางทีก็ตามโลกคนรุ่นใหม่ ๆ ไม่ทันสักเท่าไหร่ สมมติเช่นมีคนยื่นอะไรมาให้แบบเร็ว ๆ ใกล้ ๆ จะมองไม่ทัน ต้องใช้เวลาโฟกัสสายตาสักครู่

- พกแว่นสายตายาวติดตัวไว้ ปกติไม่ค่อยใส่ จะใส่ตอนที่ต้องอ่านอะไรเล็ก ๆ หรืออ่านหนังสือ

- มีรอยสักที่คอ เป็นตัวหนังสือเขียนว่า 'Urbs Intacta Manet Waterfordia' เป็นคำขวัญของเมือง แต่ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่

- แม่น้ำสามสายที่ไหลผ่านเมืองถูกเรียกว่า “พี่น้องสามใบเถา” (Three Sisters) เพราะฉะนั้น เขาเป็นชายที่มีฮาเร็มกับตัว #มวั่ยยย 

 
 
CV
 




Comment

Comment:

Tweet

ขออภัยที่ตอบช้าค่ะ รหัสประจำตัวคือ 141036 ขอบคุณที่ให้ความสนใจคอมมูเรานะคะ

#1 By Exteen World Academy on 2014-06-02 16:38