[eint] Prologue

posted on 16 Nov 2014 17:59 by yuta-kun in EINT
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
Phobetus
ผู้เข้าร่วมการวิจัยทดลอง หมายเลข 66081
 
 
เพื่อประสบการณ์การอ่านที่ได้อารมณ์ ควรฟังเพลงนี้ประกอบการอ่านไปด้วย
 

----
 
 
 

เธอยืนอยู่หน้าป้ายบอกราคาจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต

เธอมาจากลาดพร้าวด้วยรถไฟใต้ดิน อย่างน้อยลงที่สถานีสวนจตุจักรก็ให้โอกาสเธอดูของสวย ๆ งาม ๆ ได้บ้างอะไรบ้าง

ถ้าจะไปศาลาแดงต้องใช้เงินทั้งหมดสี่สิบสองบาทถ้วน


…ทำไมไม่ปัดราคาให้หยอดเหรียญง่ายกว่านี้นะ สักสี่สิบก็ยังดี


บางทีมาลารินอาจจะไม่ชินกับกรุงเทพแล้วจริง ๆ



---



สองมือวางลงบนบ่าน้อย ๆ พร้อมบีบด้วยแรงพอดี


“บอกไว้ก่อนนะ เรื่องที่ฉันเล่าน่ะเป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์” น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังขึ้นมาไม่น้อย เรื่องราวน่ารักของสุนัขฮัสกี้และชีวิตมุ้งมิ้งที่โซลยาเวียทำเธองงเป็นไก่ตาแตก เธอไม่ใช่คนที่ตั้งข้อสงสัยใครหรืออะไรง่าย ๆ แต่เธอชักสงสัยแฟนเธอใช้เวลาทำอะไรในที่ทำงานกันแน่


“เพ้อไปแล้วรึเปล่า” ไม่ทันขาดคำ เธอแย้งทันทีหลังฟังจบ “ฉันไม่เชื่อ ไม่เชื่อสุด ๆ เลย”


“เชื่อหน่อยสิ… ฉันจะโกหกไปทำไมกัน”


“ไม่รู้แหละ เหตุผลเชื่อยากแบบนี้ นายจะไปเป็นฮัสกี้ได้ยังไงกัน” ถ้าเป็นนกลิเวอร์ก็ว่าไปอย่าง มาลารินคิดในใจ “เศร้ากับที่หงส์แพ้จนเพี้ยนไปแล้วรึไง”


“ฟังฉันดี ๆ ก่---”


“อีกอย่าง นายเล่นเกมออนไลน์ได้รอดตลอดฝั่งขนาดนั้นเชียวเหรอ ได้ข่าวว่าเก่งแค่ฟีฟ่าไม่ใช่รึไง”  


“เพิ่งแพ้คนบ้านเดียวกันก็อย่าเพิ่งพูดน่ะปี๊บ” คำพูดเฉือดเฉือนหัวใจจนรู้สึกอยากหาปี๊บคลุมหัวแทงเธอถึงกระดูกดำ “อยู่กลางตารางทั้งทีก็ช่วยทำใจให้เป็นกลางแล้วเชื่อฉันหน่อยสิ”


เธอเค้นเสียงเบา ๆ “...มีเหตุผลให้ฉันเชื่อได้ดีกว่านี้ไหมล่ะ?”


“มี” เขาพยักหน้ามุ่งมั่น


“ว่า?” มาลารินเลิกคิ้ว กอดอกรอฟังคำตอบ



“ถ้าไม่เชื่อเธอก็ลองสมัครดูเอาเองสิ”


“......” รู้สึกว่าสายเลือดผีแดงในร่างจะแล่นเร็วขึ้นกว่าปกติ “เอาสิ”



เอาให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย



---


ถึงแม้ว่าเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครจะเรียบง่ายกว่าเส้นทางลอนดอนอันเดอร์กราวนด์อยู่โข แต่ความไม่เคยชินทำให้อะไร ๆ ยุ่งยากได้เสมอ เธอใช้เวลาไปสักพักกับการจ้องเส้นทางรถไฟสีเขียวอมเหลืองกับสีเขียวอมน้ำเงิน สรุปว่าเธอต้องนั่งไปทางแบริ่งเพื่อจะลงสยาม แล้วต่อไปทางบางหว้าเพื่อไปศาลาแดง


...ให้นั่งรถไฟจากลอนดอนไปแมนเชสเตอร์ยังง่ายกว่านี้อีก

วันนี้เธอแต่งกายในชุดสุภาพที่สุดเท่าที่มีในกระเป๋า ถึงแม้ว่ากระโปรงทรงเอสีดำที่เธอมีอยู่จะสั้นไปสักนิดหน่อย แต่ถุงน่องสีเข้มก็ช่วยให้เรียวขาของเธอไม่เปลือยเปล่าจนเกินไป มาลารินเช็คที่อยู่ของบริษัทอีกทีในโทรศัพท์มือถือ มั่นใจแล้วว่าค่าเดินทางไปศาลาแดงคือสี่สิบสองบาท เธอพาตัวเองไปที่เคาน์เตอร์แลกเหรียญ


เหรียญสิบบาทห้าเหรียญในมือดูจะเป็นภาระเล็ก ๆ อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน

เห็นคนถือบัตรสีเขียวสีส้มเดินผ่านไปมาแล้วอดนึกอิจฉาไม่ได้ เธอเบ้ปากนิดหน่อยก่อนบรรจงหยอดเหรียญเข้าตู้จ่ายบัตร



เคร้ง


เอ๋??


มาลารินยั้งมือ ถ้าช่องหยอดเหรียญข้างบนเป็นปาก ช่องข้างใต้ก็คงเหมือนทวารหนัก และเธอกำลังพบกับคนไส้ตรง


เหรียญสิบบาทถูกจ่ายคืนมาทันที แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เข้าใจได้ เธอหยิบเหรียญที่เพิ่งถูกจ่ายคืนมาหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอหยอดซ้ำอีกครั้ง



เคร้ง



เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ  แรงกดดันจากผู้คนที่อยู่ข้างหลังทำเธอเสียวไส้อยู่ไม่หน่อย มาลารินพยายามทำใจให้สงบแล้วจรดมือลงกับช่องหยอดเหรียญ



เคร้ง


เธอหยอดซ้ำอี---- ว้ายย



เหรียญเจ้ากรรมตกลงพื้นแล้วกลิ้งกลุก ๆ จากไปอย่างไร้เยื่อใย การวิ่งตามด้วยรองเท้าส้นสูงไม่ใช่อะไรที่ง่ายสักเท่าไรนัก และนั่นเองก็ทำให้เธอหลุดออกจากแถวไปโดยปริยาย

อย่างน้อยโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายเกินไป เธอทรุดตัวลงเก็บเหรียญเอาไว้ได้ทัน (และมั่นใจว่าคนรอบข้างไม่เห็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ซึ่งนั่นทำให้เธอภูมิใจไม่น้อย อาชีพนางแบบที่เธอทำอยู่ไม่ทำให้เธอผิดหวัง)


เธอหันกลับไปอีกครั้ง และพบกับคนอื่นในตู้จ่ายบัตรเดียวกันที่ได้ตั๋วรถไฟเรียบร้อยแล้ว

นรกชังหรือสวรรค์แกล้ง เธอเองก็ตอบไม่ได้ แต่ดูตู้จ่ายบัตรจะไม่รักเธอเท่าไหร่


มาลารินถอนหายใจแล้วเดินกลับไปต่อแถวอีกครั้ง



---



ถึงสถานีศาลาแดงโดยสวัสดิภาพ ทั้งหมดนี้ใช้เวลานับสี่สิบห้านาที เกือบครึ่งชั่วโมงเธอได้เสียเวลาไปกับตู้จ่ายบัตร ชีวิตอาจจะง่ายกว่านี้ถ้าตู้จ่ายบัตรไม่คืนเหรียญเธอไม่จบไม่สิ้น และตั๋วในตู้จ่ายบัตรระบบสัมผัสไม่หมดไปเสียก่อน


อย่างน้อยก็ถึงที่หมายล่ะน่า มาลารินคิดระหว่างเดินลงบันได

อย่างน้อยโฆษณาเครื่องดื่มในสถานีสยามทำให้เธอร่าเริงขึ้นได้ไม่น้อย ความภาคภูมิใจในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแสดงออกมาชัดเจนตามมุมปากที่ยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ความคิดปลอบใจตัวเองทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเธอได้อีกครั้ง แต่รอยยิ้มนั่นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเธอค้นพบอะไรบางอย่างตอนยืนดูแผนที่บนสถานีรถไฟ



สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงกับสถานีรถไฟใต้ดินสีลมอยู่ที่เดียวกัน


...


บางทีมาลารินอาจจะไม่ชินกับกรุงเทพแล้วจริง ๆ



---


บริษัทไกเอ้อร์… เธอมาถึงที่หมายแล้ว

รูปลักษณ์ภายนอกของบริษัททำเธอเผลอตัวยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองอย่างอดไม่ได้ แต่แรงผลักดันที่ทำให้เธอยังคงก้าวขาเดินเข้าไปนั้นไม่มีอะไรมากนอกจากคำท้าที่เธอตกลงไว้! ถ้าเดินกลับหันหลังก็เท่ากับยอมแพ้! และผีแดงอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่หน้าตาคล้ายหนังสือประเภทแม่และเด็ก!


เนื้อร้องกลอรี่ กลอรี่แมนยูไนเต็ดนั้นดังขึ้นในใจ เธอสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วพาตัวเองเข้าไปนั่งรอสัมภาษณ์


Glory, glory, Man United!

Glory, glory, Man United!

Glory, glory, Man United!

As the reds go marching on on on!


---


การสัมภาษณ์จบลงง่ายกว่าที่เธอคิดไว้มาก และเธอก็ได้น้ำดื่มฟรีมาขวดหนึ่งด้วย

เธอลงมือแกะห่อพลาสติกออกและเปิดขวดหลังจากออกมาจากตัวอาคาร
ถ้าบริษัทนี้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจริง เธอคงไม่แปลกใจถ้าแฟนของเธอจะเล่นเกมออนไลน์ในระหว่างเวลาทำงาน


บางทีเธออาจจะได้เล่นเกมนั้นจริง ๆ ก็ได้ ใครจะรู้


มาลารินยกขวดขึ้นดื่มขณะเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดินสีลม ระหว่างนี้เธอคิดจะเลี้ยวเข้าร้านกาแฟโอ บอง แปงเพื่อซื้อกาแฟดื่มสักแก้ว แต่คิดอีกทีแล้ว น้ำเปล่าดูจะเป็นทางเลือกที่รักษาสุขภาพและหุ่นของเธอได้ดีที่สุด เธอจึงเดินตรงเข้าสถานีอย่างไม่ต้องใช้เวลาคิดซ้ำสอง แว่บหนึ่งเธอแอบคิดว่าถ้าได้พักที่ดุสิตธานีก็คงจะสบายไม่น้อย


มาลารินแตะบัตรรถไฟฟ้าใต้ดินเข้ากับเซนเซอร์รั้วกั้นก่อนลงบันไดเลื่อนเพื่อเข้าชานชาลาไปบางซื่อ เธอกับพี่ชายชอบอ่านมันว่า แบง ซู ตลอด เธอหลุดขำนิดหน่อยเมื่อคิดอย่างนั้น


รถไฟมาถึงแล้ว เธอก้าวขาเข้าไปก่อนทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ที่ใกล้ที่สุด เสียงถอนหายใจดังฟู่นั้นเข้ากันได้ดีกับเสียงเครื่องปรับอากาศในรถไฟ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตาพริ้ม


เห็นทีจะต้องสมัครบัตรแรบบิทซะแล้ว


---




เหนื่อยล้ามาทั้งวัน มาลารินตัดสินใจทิ้งตัวลงเตียงพร้อมถอนหายใจเสียงดัง ยืนบนส้นสูงทั้งวันไม่ใช่เรื่องที่สนุกสำหรับเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะเคยชินแล้วก็ตาม เสื้อเชิ้ตใส่นอนหลวม ๆ กับกางเกงขาสั้นทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเบาหวิว

Home, sweet home! เธอกล่าวในใจ คงไม่มีที่ไหนดีเท่าบ้านอย่างที่เพลงอมตะนิรันดร์กาลของเซอร์เฮนรี่ บิชอป และจอห์น ฮอร์วาร์ด เพย์นได้แต่งไว้


“สรุปวันนี้เป็นยังไงบ้าง” เสียงข้าง ๆ เธอเอ่ยขึ้น เธอจับได้ในน้ำเสียงของเขาดูสนุกเล็ก ๆ เมื่อเห็นอาการของเธอในคืนนี้


“ไม่เห็นจะมีอะไรเลย รถไฟฟ้าคนก็แน่น” มาลารินเบ้ปากมุ่ยหน้า ตาสองข้างยังหลับพริ้มเนื่องจากต้องการพัก เธอไม่ได้เล่าเรื่องที่เธอไม่รู้ว่าสถานีรถไฟใต้ดินก็สามารถไปถึงศาลาแดงได้ “เห็นทีที่นายว่าน่าจะเป็นเรื่องโกหก”


“ยังจะไม่เชื่ออีก...” เขาเบาเสียงลงอย่างหน่ายใจเล็กน้อยกับความมุทะลุของเธอ


“ก็มันจริงนี่ ตอนรอสัมภาษณ์ก็เงี้ยบเงียบ ฉันล่ะกลัวว่าบริษัทจะเป็นของเก๊” เตียงเขย่าไปมาตามแรงขยับของเธอ มาลารินใช้สองมือทรงตัวขึ้นมานั่งแล้วมองหน้าอีกฝ่าย


“เอาเถอะ เดี๋ยวเธอก็รู้เอง” เขาว่า คำตอบแบบนี้ไม่เคยทำให้เธอพอใจ เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจน แต่เห็นทีคงต้องรอดูอย่างที่เขาว่าจริง ๆ


ความเงียบลงคั่นจังหวะไปสักพัก


“หง….” ในที่สุดมาลารินก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ



“?”



“บัตรแรบบิทนี่สมัครยังไงเหรอ?”
 
 
 
----
 
 
 
 
 
อย่างน้อยมาลารินก็ไม่ผิดหวังกับโฆษณาน้ำอัดลมที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม
 
 
 
 
 
----
 
 
....
 
สวัสดีครับ
 
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าให้ปุยู้วแซะรถไฟฟ้าไทย ๕๕๕๕๕๕๕ //ปาดน้ำตา
รู้ตัวอีกทีก็เขียนฟิคยาวแบบไม่รู้เรื่องไปแล้วครับ แงงง
ภาษาฟิคจะมักง่ายขึ้นทุกวัน ๕๕๕๕ เอาเป็นว่าอ่านรู้เรื่องก็ดีใจแล้วล่ะครับ
 
อนึ่ง ใส่หมายเหตุสักนิด ตัวละครอีกคนในเรื่องคือคนนี้ครับ เผื่อไว้กันสงสัย
 
ส่วนตรงช่วงแรก ๆ ที่คุยกันเรื่องฟุตบอลกัน อธิบายสั้นง่ายว่าช่วงนั้นแมนยูไนเต็ดเพิ่งจะแพ้แมนซิตี้ (ทีมฟุตบอลเมืองเดียวกัน) มาหมาด ๆ ครับ
 
 
 
ไม่มีอะไรจะพูดต่อแล้วแฮะ...
 
งั้นวันนี้ขอตัวลาไปก่อน เจอกันเอนทรี่หน้าคร้าบ!
 
บุยยยย

 

Comment

Comment:

Tweet

350 คะแนน

#2 By Exteen Intersomnia on 2014-11-19 00:09

#ตรัสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
ต้นเสาคุ้นๆนะนายยยยย